khaoyai 0.01

เม็ม โม รี่ 

   +๑+คนเราจะสามารถจดจำเรื่องราวในอดีตได้ไกลที่สุดเท่าไหร่… ผมคงเป็นช่วงอนุบาลถึงชั้นป.หนึ่ง ที่รู้สึกว่าภาพและความรู้สึกค่อนข้างชัดเจน ภาพที่ผมวิ่งกลับบ้านมานอนกลางวันแล้วก็กลับไปเรียนต่อช่วงบ่าย เพราะด้วยไม่ค่อนชินกับการนอนที่โรงเรียน และโรงเรียนก็อยู่ใกล้ในแบบที่เดินสี่ก้าวถึง… ความทรงจำเหล่านั้นคงเหมือนเ็มโมรี่การ์ดที่ยังไม่ต้องการความจุมากนัก เพราะเหมือนจะไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคิด ต้องจดจำเลย ความจุไม่กี่เม็กก็คงเพียงพอ… +๒+ ระหว่างจัดบ้านเมื่อเย็น ผมพบเม็มโมรี่การ์ดใบหนึ่ง มันมีความจุแค่ ๖๔ เม็กกะไบท์ ถ้าเอาไปใส่กล้างถ่ายรูปทุกวันนี้ คงถ่ายได้ประมาณสิบกว่ารูป การ์ดใบนี้ จึงดูไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป เพราะอะไรรอบตัวของมันเปลี่ยนไป … ถ้ามันคิดได้คงจะคิดว่า กรูผิดด้วยหรอ ที่กรูยังเหมือนเดิม ทุกสิ่งรอบๆต่างหากที่เปลี่ยนไป… +๓+ แต่สมองมนุษย์ต่างกัน คุณไม่สามารถเพิ่มขนาดความจุได้ตามต้องการ และสมองยังมีสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก แทรกอยู่ในทุกๆหน่วยความจำ… หลายครั้งที่ภาพไม่ชัด… Continue reading

หัว ที่อยู่ข้างหน้า

ตั้งแต่สมัยเรียน ผมไม่เคยเป็นหัวหน้าชั้น มหาลัยก็ไม่เคยเป็นหัวหน้ากลุ่ม แม้แต่ตอนกินข้าว เพื่อนๆถามว่ากินอะไรดี ผมก็มักจะไม่ค่อยออกความเห็น ผมกินอะไรก็ได้ …  เป็นเพราะไม่ชอบการเป็นผู้นำใครต่อใคร ไม่ชอบการถูกคาดหวัง… ผมมักเป็นผู้ตามเสมอ / ผมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ค่อนไปทางขัดสน แม่ของผมมักบอกเสมอว่า การเป็นคนดี ไม่ใช่การที่เราต้องทำความดีอย่างการไม่ทิ้งขยะบนท้องถนน หรือการไม่พูดคำหยาบ แต่เป็นการที่เรามีความรับผิดชอบกับผู้คนรอบข้าง และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่เราจะเป็นคนดีของสังคม ของประเทศ ของโลกใบนี้ แต่พอกลับบ้าน เราเป็นคนที่ไม่สนใจใยดีใครทั้งสิ้น แม่ผมเป็นผู้นำที่ดีและแบบของแม่ แม่ไม่เคยบังคับในลูกต้องทำสิ่งที่ไม่ชอบ (ยกเว้นการเข้านอนตรงเวลา… ฮ่าๆ) แม่ไม่เคยมานั่งสั่งสอนว่าควรจะใช้ชีวิตอย่างไร แม่ของผม แค่ทำให้ดู…… Continue reading

ลิฟท์ความคิดถึง วงล้อมความรัก และแท็กซี่แห่งความเหงา

1. “จะไปชั้นไหนครับ” เสียงจากชายผู้หนึ่งดังขึ้นทันทีที่มีผู้โดยสารลิฟท์คนใหม่เข้ามา ยิ่งในเวลาเย็นแบบนี้ ลิฟท์ในห้างดังใจกลางเมืองแบบนี้ ได้ทำงานกันอย่างไม่หยุดหย่อน ผมเข้าลิฟท์จากที่ชั้น 1 และจะไปยังที่ชั้น 8 ระหว่างทางมีผู้โดยสารเข้ามาในลิฟท์เกือบทุกชั้น จนสุดท้ายลิฟท์ขนาดประมาณ 1.5 x 1.5 นี้ก็เต็มไปด้วยคน… เมื่อถึงที่ชั้น 6 ผู้โดยสารทุกคนลงจากลิฟท์ เหลือเพียงผมและพนังงานกดลิฟท์คนนี้ ลิฟท์ตัวนี้เป็นลิฟท์แก้ว สวยงามตามสมัยนิยม เลื่อนขึ้นเลื่อนลงตามความต้องการของลูกค้า หากนี่เป็นรถโดยสาร ชายผู้นี้ถือเป็นผู้ขับที่มีมารยาทมากที่สุดคนหนึ่ง… เมื่อคนอื่นออกไปหมด ผมจึงมีโอกาสได้เห็นหน้าตาของเขาชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นคือชายวัยประมาณ 40 ปี แต่งตัวสุภาพตามรูปแบบที่พนักงานกดลิฟท์ในห้างหรือโรงแรมที่เราคุ้นตา “อยู่ในลิฟท์ทั้งวันเลยหรอครับพี่…” ไม่อยากเรียกว่าน้าหรือลุง… Continue reading

มนุษย์ เป็น สัตว์ สังคม

ณ ขณะที่ผมเขียนนี้ จริงๆแล้วผมมีอะไรที่ต้องทำมากมาย แต่ผมก็ผละทุกอย่างชั่วขณะ เพื่อมานั่งพิมพ์ข้อความเหล่านี้… ช่วงชีวิตเป็นเหมือนสายน้ำ ซึ่งไม่มีวันไหลกลับไปยังจุดเดิมได้ เหมือนการเล่าเรื่องไปตามความเป็นไป ไม่มีเครื่องมือใดที่สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ ทุกคนรู้ความจริงนี้ และไม่มีใครเลยที่จะฝืนธรรมชาติของเวลา… ช่วงวัยแห่งการทำงานและสร้างฐานะ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของชีวิต ก่อนที่เราจะมาถึงจุดนี้ เราได้ใช้ชีวิตและเลือกที่จะเดินไปยังอนาคต นั่นก็คือปัจจุบีนที่เป็นเหตุเป็นผลกัน บางคนเลือกที่จะดำเนินชีวิตในแบบที่ชอบมากกว่าการคิดเรื่องความมั่นคงในชีวิต สิ่งเหล่านั้นนำพาเขาไปสู่อนาคตที่เขาฝันไม่มากก็น้อย บางคนเลือกที่จะเป็นคนปกติทั่วไป คือมีชีวิตเพื่อปัจจุบันและคนที่รัก หลายครั้งที่มันเข้าใกล้กับคำว่า “ชีวิตที่จำเจ” ตื่นมา กิน ทำงาน กิน ทำงาน นอน ตื่น กิน ทำงาน . .… Continue reading

สายฝนและจุดหมาย

วันนี้ฝนตกหนัก… ระหว่างทางสู่จุดหมาย เรามักหลงลืมสิ่งที่อยู่รอบตัว และมักมองไปข้างหน้าอย่างเดียว แม้แต่สิ่งที่เข้ามากระทบ และสัมผัสเรารอบตัว ณ เวลานั้น วันนี้ฝนตกหนัก… ระหว่างทางสู่ที่หมาย ผมรีบเร่งเพื่อให้ทันนัด แต่ฝนก็ตกลงมาดั่งฟ้ารั่ว ผมลืมหยิบร่มมา ตัดสินใจวิ่งฝ่าสายฝน ระยะทางไกลพอดู แน่นอนว่าเปียกโชก… แต่ในห้วงเวลาที่ออกวิ่ง และเม็ดฝนกระทบร่างกาย กลับเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่าง… ภาพความทรงจำวัยเด็กปรากฎชัดในหัว เรามีความสุขแค่ไหน ที่ได้เล่นน้ำฝน แม้จะต้องโดนดุหลังจากนั้น แต่มันก็คุ้มค่าเสียเหลือเกิน… วันนี้ฝนตกหนัก… ผมค่อยๆวิ่งให้ถึงที่หมาย และกลับรู้สึกไม่เสียดาย ที่ลืมเอาร่มมาด้วยวันนี้…

ชีวิต และการเลือกเพียงหนึ่ง

ชีวิต และการเลือกเพียงหนึ่ง ผมเดินทางมาที่ประเทศมาเลเซียเพื่อทำงานให้กับนิตยสารบ้านและสวน การเดินทางครั้งนี้ก็ดูเหมือนกับครั้งก่อนๆ ไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ความเหมือนเดิม ไม่แตกต่างนี้เอง กลับให้อะไรที่ผมคิดว่าได้ มากกว่าครั้งอื่น เมื่อถึงช่วงวันและวัยหนึ่ง เราจะรู้สึกว่าชีวิตนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน และไม่มีของใครที่เหมือนกันเลย ใครก็ตามที่คิดว่าชีวิตของตนเเองมีความทุกข์ หรือสุขมากกว่าคนอื่นๆ ให้ลองมองดูคนรอบตัว เราจะเห็นความต่างที่รวมกันกลายเป็นโลกใบนี้ มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยรวมกันอยู่ มีคนรวย มีคนจน มีคนธรรมดา มีคนชั้นสูง อยู่ทุกที่บนโลก มีคนเก่ง คนโง่ และคนที่ถ่อมตน การเดินทางไปยังที่ที่ไกลบ้านมากๆ ทำให้ตัวเราเล็กลง และหูตาของเราก็พร้อมที่จะเปิดรับอะไรใหม่ๆมากขึ้น ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนเก่ง และจะไม่มีวันเก่งที่สุด หลายคนที่พบเจอที่นี่ แม้ไม่ได้เก่งกาจ แต่ก็มีบางอย่างที่เราไม่มีวันทำได้อย่างเขา… Continue reading

Alone

ครั้งหนึ่งที่เชียงใหม่ กับ ไม้ไผ่มากมาย

ไม่ใช่พนักกงานรับฝากของ

“ฝากร้านด้วยนะคะ ถ้ารบกวนก็ขอโทษด้วยนะคะ” ข้อความนี้เด้งขึ้นมาที่คอมเม้นรูปที่พึ่งโพสไป พร้อมด้วยลิงค์ร้านขายเสื้อผ้าน่ารักสไตล์เกาหลี ผมไม่รู้จักเธอคนนี้ และผมก็มั่นใจว่าเธอก็ไม่รู้จักผมแน่นอน แต่คำถามกลับฝุดขึ้นมาในหัวมากมาย… มีเพื่อนหลายคนที่ขายของออนไลน์ มันจึงไม่ยากเลยที่เราจะช่วยกดไลค์ แชร์… บลาๆๆ ให้กับเพื่อนของเรา แต่ครั้งนี้ มันเหมือนการเดินไปตามท้องถนน… ผมอาจจะเดินคุยกับเพื่อนอยู่ ท่ามกลางบทสนทนา ก็มีคนๆหนึ่งเดินมาพูดขึ้นกลางวง แน่นอนเรื่องที่พูดคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับผมหรือเพื่อนผมเป็นแน่… แต่ทำไม ทำไมอยู่ดีๆเขาคนนั้นถึงกล้าเดินเข้ามา… ผมไม่ใช่ยาม ไม่ใช่พนักกงานรับฝากของ หรืออะไรก็ตาม… ไม่รับฝากอะไรทั้งสิ้น ที่สำคัญ “ผมไม่รู้จักคุณ” …

TOGETHER @ KL

CIRCLE OF LIFE

2 Side @ Malaysia

“เพื่อนคุย” at malaysia

สาวๆมุสลิมที่มาเลเซีย

once in KL

life’s target

ผมไม่คิดว่าผมควรจะตื่นและนั่งเขียนอะไรในตอนนี้ เพราะมันก็ดึกมากแล้ว และพรุ่งนี้ก็มีภาระกิจมากมายที่ต้องทำ แต่แล้วทำไมจิตใจถึงได้ยังไม่หลุดจากกิจกรรมที่พึ่งได้ทำไป ผมพบว่าเราอยู่กับสิ่งรอบตัวมากเกินไป ทั้งคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท และเฟสบุค เมื่อก่อนผมเคยมีเวลาออกไปเดินเลย และใช้เวลากับตัวเองมากกว่านี้ แต่วันนี้น้อยลง(มาก) มันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เมื่อยามที่ต้องหลับ ใจกลับยังไม่พร้อมและยังอยากคิด คิด คิด คิด ไปเรื่อยๆ ความสุขง่ายๆเพียงแค่การที่สมองว่างเปล่า บางช่วงของวัน ถือว่าเป็นสิ่งที่วิเศษสุดยอดในเวลานี้ พรุ่งนี้ สัญญากับตัวเอง ว่าจะใช้เวลาว่าง ทั้งกายและใจกับตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าเป็นกิจกรรมอะไร ผมว่ามันดีที่สุดแล้วขอแค่เริ่มให้ได้เสียก่อน เพราะพึ่งออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อ สามสี่วันก่อน เหตุด้วยพักผ่อนไม่เพียงพอ และต่อมทอมซินอักเสบ เป้าหมาย… ขี้จักรยาน ออกกำลังกายและพักผ่อนสมอง… Continue reading

good night

การนอน เป็นการหนีปัญหาที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง…

เขียนไว้เมื่อต้นปีที่แล้ว…

สามวันมานี้ผมรู้สึกว่ากรุงเทพนั้นก็คือเมืองที่น่าอยู่เมืองนึง ด้วยตรรกะง่ายๆที่เข้าใจได้คือ “รถไม่ติด” ผมพบว่าเมื่อรถไม่ติด เราก็สามารถไปไหนมาไหนได้ตามต้องการและทันเวลา ที่สำคัญคือมันไม่น่าหงุดหงิด ว่ารถติด ไม่ทัน เปลืองน้ำมัน… และอื่นๆ แต่ทั้งหมด มันคงกลับมาสู่สภาพปกติในอีกไม่กี่วัน ผมจะจำความรู้สึกที่ต้องควบคุมความเร็วไม่ให้มากเกินไป บนถนนลาดพร้าวตอนเวลา 2 ทุ่ม ไปตลอด… เพราะมันรู้สึกดีจริงๆ   ผมรับรู้ว่าเมืองปายนั้นโรเมนติกยังไง รู้ว่าเชียงคานเป็นเมืองเล็กๆที่น่าอยู่แค่ไหน รู้ว่าเชียงใหม่น่าเดินช่วงเดือนอะไร แต่เมืองเหล่านี้ คงเป็นเหมือนสถานที่ที่มีไว้ให้คนจรอย่างเราไปชาร์ตไฟ หากผมเป็นพวกขยันท่องออกไปเที่ยวตามที่ต่างๆ เมื่อมีวันหยุดยาว ผมก็คงต้องคันมือคันเท้า อยากออกไปไหนสักแห่ง ให้มันรู้กันไป แต่เผอิญไม่ใชผมซะด้วย ผมจึงเลือกการนอนตื่นเช้าในวันที่ถนนโล่ง ออกไปเดินเล่นตามห้าง ร้านค้าก็ไม่ค่อยจะเปิดกัน ธนาคารจากเดิมเสาอาทิตที่ต้องมีผู้คนต่อแถวกันยาว… Continue reading

ตีสองสี่สิบสี่นาที

เตรียม (เพื่อ) พร้อม

ตีสองสิบสามนาที ทำไมยังไม่นอน… คำถามผุดขึ้นในหัวลอยๆ และก็คงจะปล่อยมันไป ผมปิดหน้าต่างงานทั้งหมด คงเหมือนหน้านี้ที่กำลังพิมพ์อยู่หน้าต่างเดียว ทุกสิ่งรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงพัดลมที่อยู่ข้างกายตอนนี้ ไม่นานมานี้ผมเริ่มอินกับคำว่า “งานอิสระ” มากขึ้น ผมไม่ได้โหยหามันเพราะต้องการความอิสระ แต่งานอิสระมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านั้น งานประเภทนี้อาจหมายรวมถึงงานที่มีตัวเราเองเป็นเจ้าของ ต่างจากทุกวันนี้ ที่เรากำลังทำความฝันของคนอื่นให้สำเร็จอยู่ จริงอยู่ที่การเดินออกจากการทำงานประจำเป็นสิ่งที่ยาก (สำหรับบางคน) เพราะนั่นแสดงว่าเราจะขาดรายได้ประจำที่เอามาใช้จ่าย การออกมาสู่โลกที่ตัวเราเองเป็นเจ้านาย จึงต้องเตรียมการมากกว่าปกติหลายเท่าตัว ผมเชื่อว่างานเกี่ยวข้องกับชีวิต และชีวิตก็เกี่ยวข้องกับเงินโดยตรง ฉะนั้นเมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งแย่ ความสุขขั้นพื้นฐานน่าจะลดน้อยลงไปด้วย หนังสือ “การลาออกครั้งสุดท้าย” ของคุณภานุมาส ยิ่งกระทุ้งให้ผมคิดเรื่องนี้มากขึ้น ยิ่งคิด ก็ต้องรีบเตรียมการ พร้อมเมื่อไหร่ คงได้รู้กัน… Continue reading

power of green

จัด… ชีวิต

เมื่อปิดหน้าต่างในคอมพิวเตอร์จนหมด ผมพบว่าความวุ่นวายบนหน้าจอ ไม่ต่างอะไรกับชีวิตผมในตอนนี้ โฟลเดอร์ต่างๆทั้งงานและไม่ใช่งานกระจายอยู่เต็มไปหมด ยากเหลือเกินที่จะจัดการมันในตอนนี้…   ผมพบว่าการจัดการในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ แต่การจัดการที่ดี มักไม่ค่อยถูกกับคนไร้ระเบียบอย่างผมเท่าไหร่นัก แม้จะจัดการยังไง มันก็จะยังมีบางเรื่องที่เราตกหล่น หรือลืมที่จะทำมัน สิ่งนั้นอาจจะไม่ได้ใช้เวลาหรือพลังงานในการจัดการเท่าไรหรอก แต่มีอาจจะมีผลทางจิตใจมากทีเดียว   เพราะชีวิตเราไม่ได้มีแค่งาน (ผมมักบอกตัวเองอย่างงี้เสมอเวลาที่เหนื่อย และกำลังจะทำอะไรที่ตามใจตัวเอง) ซึ่งมันก็เป็นความจริง เราคงไม่อยากโหมงานหนักจนรวย และก็ใช้เงินที่ได้มานั่นล่ะ เป็นค่าโรงบาลให้กับตัวเองในเร็ววันข้างหน้า แต่อะไรบางอย่างมันก้มักจะผลักและดันให้เราต้องทำมันไปเรื่อยๆ… และเรื่อยไป   ผมมองหน้าจออยู่นาน โยงเข้ากับชีวิตของตัวเอง… มันช่างเหมือนกันจริงๆ รก เยอะ หาไม่เจอ รน และไม่สงบ…… Continue reading

ความลับส่วนตัว

คุณมีความลับมากแค่ไหน…? ผมมั่นใจว่าทุกคนมีความลับ ไม่มากก็น้อย เรื่องเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่ผมคิดว่าต้องมี ผมมีความลับหลายเรื่อง เรื่องเหล่ถานั้นไม่ใช่ความลับระดับชาติ ที่หากความลับแตกแล้วประเทศจะล่มจม หรือจะเกิดสงครามอะไร แต่ความลับของทุกคน อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ กับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น บางครั้งความลับก็ได้รับการปกป้องจากคนคนเดียว หรือบางกลุ่ม เพราะเรื่องเดียวกันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่มีผลอะไรกับชีวิตเขาเลย เราจึงไม่จำเป็นต้องปิดกับคนเหล่านั้น บางคนบอกว่าความลับไม่มีในโลก… แต่ผมว่าไม่จริง… มีบางเรื่องที่มันจะต้องตายไปพร้อมกับเรา ในละครจะต้องมีคนที่กุมความลับของเรื่องเอาไว้ ตัวละคนนี้อาจไม่ใช่ตัวสำคัญ แต่เป็นตัวที่จะทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย ทั้งในทางที่ดีและเลวลง ชีวิตจริงก็คงเหมือนกัน ความลับ จะยังคงเป็นความลับหากมีเราคนเดียวที่รู้มัน หากวันหนึ่งที่ความลับ ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เราก็คงต้องยอมรับ และดำเนินเรื่องไปจนถึงฉากสุดท้าย สุดท้าย… ความลับของผมก็คือ… Continue reading

ของหายาก…

คนเรายิ่งโตขึ้น จะมีสิ่งที่รักเหลือน้อยลง ผมได้ยินประโยคนี้จากหนังแอคชั่นฮอลิวูดเรื่องหนึ่ง มันเป็นเวลาประมาณเที่ยวคืนกว่าๆ ผมนั่งทำงานเคร้าหนังฝรั่งเรื่องนั้น มันทำให้ผมนึกถึงเมื่อตอนยังเป็นเด็ก ของเล่น รถไฟ สมุด ปากกา ดินสอ กระดาษ หนังยาง ลูกบอล หมาแมว พ่อ แม่ ล้วนเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนรัก แต่เมื่อโตขึ้น ความหลงรักสิ่งเหล่านั้นกลับเลือนหายไป กลับไปมีความสุขกับสิ่งที่ต้องหามายากเย็น ต้องแลกด้วยเงินหรือความมุมานะล้นเหลือ ถึงจะรู้สึกว่านี่สิคือสิ่งที่ต้องการ ความรักที่เกิดขึ้นง่ายดายในวัยเด็ก เป็นสิ่งที่ผมอยากจะกลับไปสัมผัสมันจริงๆอีกสักครั้ง มันง่ายจนไม่รู้จะมีสิ่งใดยากอีกแล้วในโลกนี้ เวล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ตีสองกว่าๆ สายตาส่ายส่องไปเจอบางสิ่งบนหน้าจอ มันเป็นเพียงตัวหนังสือบางตัว บางประโยค และมันก็ทำให้เกิดความทุกข์… ผู้ใหญ่นอกจากจะหาความสุขยากแล้ว… Continue reading

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้กำลังจะผ่านพ้นไป มีหลายสิ่งที่สอนผม บางเรื่องไม่เกี่ยวกับน้ำ บางเรื่องมาพร้อมๆน้ำ… _น้ำท่วมทำให้ผมรู้จักบ้านของตัวเองมากขึ้น / ระบบ รอยร้าว ที่มาที่ไปของท่อต่างๆ รวมไปถึงแผงควบคุมไฟ _ทำให้ผมรู้จักเส้นทางเลี่ยงในกรุงเทพมากขึ้น _รวมไปถึงชื่อของถนนต่างๆ ทั้งๆที่ผ่านทุกวันแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคือถนนอะไร _ได้หยุดงานยาวโดยที่ไม่ต้องลา _ได้รู้ว่าการหยุดยาวเกินไป มันก็น่าเบื่อไม่ใช่น้อย _ได้เห็นคนไทยช่วยเหลือกัน โดยที่ไม่ต้องมีใครมาบิ้ว _ได้ใช้อินเตอเน็ทส่งงานอย่างคุ้มค่า เพราะปกติเน็ทที่บ้างจะไม่ค่อยได้ใช้ทำงานนัก แหะๆ _ได้รู้จักเว็บส่งไฟล์ขนาดใหญ่ๆ ซึ่งมีให้เลือกใช้เยอะมาก _ได้จอดรถที่ห้างได้อย้างสบายใจ โดยไม่ต้องวนหาเลย _ได้เพิ่มสีสันให้กับการเดินทางไปไหนมาไหน มีอะไรแปลกๆให้ถ่าย และต้องพกกล้องถ่ายรูปออกจากบ้านทุกครั้ง _ได้คิดถึงการเตรียมการในอนาคต ว่าถ้าน้ำมาอีก จะทำยังไง _ได้คุยกับตัวเองมากขึ้น _ได้ดูหนังคนเดียว… Continue reading

เสียงเพลงแห่งความว่างเปล่า

เสียงเพลงแห่งความว่างเปล่า ผมนั่งมองแผ่นซีดีแผ่นหนึ่งอยู่นาน รู้สึกได้ว่าสายตาไม่ได้โฟกัสกับสิ่งใด มันเป็นแผ่นเพลง Friday I’m in love ธรรมดาๆแผ่นหนึ่ง ซึ่งเจ้าของแผ่นที่ผมยืมมา ได้จากโลกนี้ไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา มันคงไม่สำคัญว่าเพลงในนั้นเพราะหรือเปล่า หรือมันจะเป็นของแท้มั้ย มันไม่สำคัญอีกต่อไป แต่มันคงเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะเก็บไว้คิดถึงเธอคนนี้ ผมไม่ได้คืนมันทั้งๆที่มีโอกาสหลายครั้ง เช่นเดียวกับบางครั้งเราลืมที่จะรับรู้ความเป็นไปของแต่ละคน เราจบจากมหาวิทยาลัยมาห้าปีแล้ว หลายสิ่งทำให้คำว่างานมาก่อนคำว่าเพื่อน เราจึงหลงลืมเพลงบางเพลงในแผ่นนั้นไป… เธอเป็นคนดี น่ารัก เกินกว่าจะคิด จนตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ พรุ่งนี้ ผมจะไปที่งานของเธอ ผมจะเอาแผ่นซีดีนี้ไปคืน… แต่ความทรงจำดีๆ ผมของเก็บไว้กับตัวนะ หลับให้สบาย แพร…

เฮ้อ…

เค้าคงไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เค้าทำนั้นไร้เหตุผลขนาดไหน ไม่รับฟังแม้กระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้น สุดท้ายคนที่นอนไม่หลับและต้องคิดมากก้อคงจะเป็นเราเพียงคนเดียว วันนี้จะผ่านพ้นไปยากขนาดไหน มันก้อคงจะต้องผ่านไป ยอม ไม่โกรธกลับคืน และทำให้ทุกอย่างเป็นปกติ คงจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ จะโกรธกันขนาดนั้นด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก้อให้มันรู้ไป เราทำดีที่สุดแล้ว… บ่น อีกแล้วเรา. TT

เมืองเบลอๆ

ผมไม่คิดว่าจะต้องเอากล้องดีๆมาถ่ายภาพเมืองแห่งนี้ไว้ในความทรงจำ ภาพจากโทรศัพท์มือถือจึงน่าจะเพียงพอ ภาพเบลอๆที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร คงเข้ากับเมืองนี้ดี ผมมาพัทยาเพราะด้วยภาระกิจที่ต้องทำ ยามค่ำคืนนั้นต่างจากช่วงกลางวันมากนัก ผมออกมาด้านหน้าโรงแรมคิดว่าจะมาเดินเล่น แต่ความคิดก็จบลงเมื่อพบความวุ่นวายที่อยู่ตรงหน้า. เมืองที่ใครก็น่าจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ต่างจากกรุงเทพที่ไหน ผมคิดผิดเองที่จะออกมาเดินเล่น ผมเดินไปเซเว่นที่อยู่ไม่ไกลเพื่อซื้อน้ำ แต่มันก็ใกล้พอที่จะเห็นอะไรที่เป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ภาพชายชาวต่างชาติเดินกับสาวไทย มั่นใจว่าเค้าไม่ได้มาด้วยกันแน่นอน สถานบันเทิงที่มีมากกว่าแอลกอฮอล ทั้งภาพทั้งเสียง เป็นไปอย่างที่เคยเห็นในทีวี ผมไม่รู้ว่าปลายทางยองเมืองแห่งนี้จะเป็นยังไง ที่เห็นตรงหน้า ผมเห็นเพียงความอยู่รอดของคนหลายๆคน มันขายได้ มันได้เงิน ที่สำคัญมันง่าย… ผมเดินกลับมาพร้อมความคิดที่ผุดขึ้นมาลอยๆ… เมืองบางเมืองก็เหมาะสำหรับคนบางคนเท่านั้น… ความคิดถึงกรุงเทพ(ทั้งๆที่อยู่ไม่ห่างกันนัก) ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกที

คนผิดสัญญา

ผมเป็นคนผิดสัญญา เพราะผมไปให้สัญญาเอาไว้ ผมไม่อยากเป็นคนผิดสัญญา เพราะมันทำให้ทุกอย่างแย่ลง ในความผิดนี้ ผมคงไม่โทษใคร มันเป็นเพราะผมเองที่คิดว่าน่าจะทำได้ แต่แล้วความคิดนั้นมันก็กลับมาทำลายตัวเอง หากเหตุการณ์ที่เกิดนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี ผมก็จะไม่ขอสัญญาอะไรกับใครอีก นอกจากมันจะทำร้ายผมเองแล้ว มันยังจะทำให้คนรับสัญญา รู้สึกแย่ยิ่งกว่า เวลานั้นผ่านไปเร็วเหลือเกิน เร็วจนผมคิดว่ามันไม่ควรจะมีนาฬิกาในโลกนี้อีกต่อไป อะไรหลายอย่างผ่านไป โดยที่ผมยังไม่ทันรับมือและคิดถึง ก่อนที่ใครจะคิดว่าผมไม่เอาไหน ผิดสัญญา ผมก็จะขอบอกกับตัวเองเป็นคนแรกว่า ผม ทำดีที่สุดแล้ว… ขอบคุณที่ยังเข้าใจกัน

เราหลงลืมอะไรบางอย่าง

เราหลงลืมอะไรบางอย่าง ผมคิดว่าเราหลงลืมบางสิ่งบางอย่างกันไป เรา ที่ใช้นี้หมายถึง เราทุกคนหรือหลายคนหรือบางคนที่มีชีวิตอยู่ตอนนี้ โลกใบนี้เป็นบางอย่าง ที่ผมคิดว่าเราควรมองกันใหม่ บางครั้งที่คิดว่าค่านิยมต่างๆที่ถาโถม มันช่างมีพลังมากมายนัก มันมักทำให้คนทำอะไรต่างๆที่ไม่มีความหมายที่แท้จริงแก่ชีวิต อยากได้ของโน่นนี่ คือสิ่งที่เราควรจะเอามานำชีวิตหรือเปล่า หลายครั้งที่ผมคิดว่าการออกเดินไปข้างหน้า เพื่อความมั่นคงของชีวิต เพื่อสร้างฐานะให้ครอบครัวในอนาคต เราโหมทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินมาเยอะๆ เราลืมว่างานคือสิ่งที่เราพบเจอมากที่สุดในหนึ่งวัน และมันควรจะเป็นสิ่งที่เรารักมากขึ้นทุกวันด้วยซ้ำ แต่เราก็ลืม ลืมแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง เราหลงลืมอะไรบางอย่าง เป็นชื่อหนังสือเล่มหนึ่งที่ผมชอบมาก ตอนนี้อยากเอากลับมาอ่านอีกสักรอบ ทุกวันนี้ใครๆก็สอนลูกว่า ถ้าอยากมีความสุข ก็ต้องตั้งใจทำงาน มีเงิน เพื่อที่จะมีความสุข แท้จริงนั้นเป็นอย่างนั้นหรือ ผู้คนมากมายในเมือง รถป้ายแดงที่เห็นวิ่งกันทุกวันทั้งๆที่ถนนเท่าเดิม บ้านจัดสรรและคอนโด บางครั้งมองไปแล้วก็เหมือนชุมชนแออัด… Continue reading

โลกสมมุติ

โลกสมมุติ และโลกแห่งความจริง แม้ทั้งสองสิ่งนี้เดินทางเป็นเส้นขนาน แต่ก็มีเส้นใยบางๆที่เกี่ยวสัมผัสกันอยู่ ผมเข้าใจว่าความสำคัญและคุณค่านั้นต่างกัน แต่บางครั้ง โลกสมมุติที่สร้างขึ้น มันก็ส่งผลกระทบต่อคนบนโลกความเป็นจริงไม่น้อย… หรือมันอาจจะเป็นเฉพาะผมคนเดียวก็ได้ สมมุติว่า ในโลกของความเป็นจริง เราคือสถานะหนึ่ง แต่ในโลกสมมุติ เรากลายเป็นอีกสถานะหนึ่ง เราควรจะสนใจโลกในไหนมากกว่า คำถามผมคิดว่าใครๆก็รู้ ว่าโลกใบไหนที่สำคัญ การได้รับได้เห็น จึงเป็นเรื่องสมมุติอีกเช่นกัน เมื่อก่อนที่เราติดต่อกันทางจดหมาย ถัดมาก็มีโทรศัพท์ และไม่นานอินเทอเน็ตก็เข้ามา โลกทั้งใบดูเล็กลงทันตาเห็น สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือการแยกแยะว่าอะไรที่มีอยู่จริงและเป็นความจริงของชีวิต บางคนยึดถือเอาสิ่งที่อยู่ในจอเป็นเหมือนชีวิตทั้งชีวิต ซึ่งอาจจะดูไม่ถูกต้องนัก เพราะเมื่อเราละจากหน้าจอ สิ่งที่อยู่รอบตัวเราก็คือสิ่งเดิมที่ต่อเนื่องมาจากเมื่อวาน และตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย ความจริงนั้นมีเรื่องราวที่คอยสอนเราเสมอ… ปิดคอม เดินออกมาข้างนอก… Continue reading

เข้าใจ

ความรู้สึกนี้เริ่มเกิดขึ้นมาได้สักพักแล้ว… ความรู้สึกนิ่งๆ เงียบๆ ไม่รู้สึกว่าทุกข์ หรือ สุข มันเป็นความรู้สึกว่า “เข้าใจ” กับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งที่รู้ล่วงหน้าและไม่คาดคิดมาก่อน บางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่ความจะเสียใจ หรือเป็นทุกข์ แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ ด้วยอายุไม่ถึง 30 ผมคิดว่าผมเริ่มเข้าใจคำว่า ชีวิต ในแบบของผมมากขึ้น ก่อนที่ใครจะคิดว่าชีวิตของเรานั้นเป็นอย่างไร เราควรจะทำความเข้าใจว่าเรากำลังยืนอยู่ตรงไหนของถนนสายนี้ แม้ในบางครั้ง ชีวิตของเราก็มันจะถูกเอาไปผูกติดกับอะไรบางอย่าง จนเราเคยตัว โลกใบนี้ไม่ได้โหดร้ายอะไรนัก มันเพียงหมุนไปเรื่อย เราต่างหาก… ที่เป็นคนสร้างภาพต่างๆและความคิดที่ไปเกาะยึดกับมัน ไม่นาน… ความเข้าใจของเราก็คงจะมากขึ้นไปอีก และหวังว่า เราจะยิ้มได้กับทุกๆเรื่อง… แม้มันจะเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดก็ตาม

change 2 chance !

ชีวิตของแต่ละคนนั้นไม่มีของใครเหมือนกันเลย… แม้แต่คู่แฝดที่เกิดมาพร้อมกัน ทั้งสองคนก็ยังมีที่ทางของตัวเอง ช่วงนี้รู้สึกได้ว่ามีอะไรหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ผมยังคงคิดอยู่เสมอว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะคิดได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา และบางครั้งความเข้าใจก็ไม่ได้มาพร้อมกับความพอใจ หลายเหตุการณ์หลายบุคคลที่พบเจอ เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครคาดคิด หากมันเป็นเรื่องดี ก็คงจะไม่ต้องมากังวลอะไร แต่หากเป็นเรื่องน่าเศร้าเสียใจ มันคงไม่ได้สำคัญว่ามันเกิดเพราะอะไร สำคัญที่เราจะเดินหน้าต่อไปได้ไหม และยังไง… เย็นวันหนึ่งที่กำลังจะกลับบ้าน ผมเห็นเด็กนักเรียนกลุ่มนึงเดินเตะลูกบอลพลาสติกและคุยกันเรื่องแมทช์ที่พึ่งผ่านไป แต่ภาพเหล่านี้ทำให้คิดย้อนไปไกล… ไกลทีเดียว ในวันและวัยที่ยังไม่เคยตั้งคำถามกับชีวิต ไม่เคยคิดว่าจะทำงานอะไร ไม่คิดด้วยซ้ำว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ทำไมวันเหล่านั้นช่างหอมหวานทุกครั้งที่หวนนึกถึง… ผมเมื่อ 15 ปีก่อน กับผมตอนนี้ยังคงเป็นคนๆเดียวกัน แต่มันคงเหมือนเป็นการซ้อนทับกันของแผ่นใสหลากหลายสี หลายแผ่นเข้า เมื่อมองกลับเข้าไป เราก็จะเห็นภาพของแผ่นแรกเลือนรางขึ้นทุกที แต่บนความเลื่อนรางนั้น ผมยังจำความรู้สึกได้ทุกช่องทุกตอน ความทรงจำเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษ… พิเศษตรงที่มันจะพาเรากลับไปถึงช่องนั้นได้ แม้จะเป็นเพียงช่องเวลาน้อยนิด เพียงแค่เราเลิกคิด เราก็จะกลับมาพร้อมความทรงจำที่ดีและเปื้อนรอยยิ้มทุกครั้งไป… ชีวิตของแต่ละคนนั้นไม่มีของใครเหมือนกันเลย… จริงอยู่ที่ไม่มีของใครเหมือนกัน แต่ในคนๆเดียวกัน ชีวิตก็อาจไม่เหมือนกัน… แค่เพียงเวลาผ่านไป ในตัวของคนๆหนึ่ง… Continue reading

เครื่องมือที่มองข้ามความเป็นจริง…

อาจเป็นเพราะการคำนวณเวลาผิด งานที่คั่งค้างอยู่ ทำให้ผมไม่สามารถเดินทางไปกับคณะเพื่อทำงานที่จันทบุรีในวันนี้ได้ มีงานพรุ่งนี้ แต่ก็ควรจะเดินทางในวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้จะได้ไม่รีบร้อนจนเกินไป แต่ผมต้องขับรถตามไปเอง… เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตรงเวลา มันเช้ากว่าปกติมาก 6 โมงเช้า เวลานี้ของเมื่อวานผมยังนอนฝันหวานอยู่เลย ตั้งใจจะขับไปอย่างไม่รีบร้อน เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะขับแข็งนัก เปิด GPS นำทาง มันบอกว่า 10 โมงก็ถึง… เครื่องนำทางทำหน้าที่ของวันอย่างตรงไปตรงมา หลายครั้งที่ลืมมอง มันก็เลยจุดที่จะต้องเลี้ยว และผมก็ต้องกลับรถหลายครั้ง สิบโมงครึ่ง คือเวลาที่ผมจอดถึงที่หมาย ยังไม่มีใครมาเพราะมันยังคงเช้าเกินไป ตัดสินใจไปนั่งชิวกินกาแฟในตัวเมืองก่อนก็น่าจะดี ผมเปิด GPS อีกครั้ง คราวนี้เซิร์ทหาร้านกาแฟเท่ๆ แต่มันก็ขึ้นมาแค่ชื่อร้าน ผมก็ได้แต่เดาว่าชื่อแบบนี้ น่าจะโอเคนะ ทันทีที่ไปถึง ก็พบว่าหน้าตาร้านดูโอเค ไม่ต่างจากชื่อนัก… Continue reading

แสงสุดท้าย

แสงไฟข้างถนนสาดส่องลงบนพื้น รถที่วิ่งด้วยความเร็วคงที่คันหนึ่งเคลื่อนผ่านความมืดไปอย่างช้าๆ เวลากลางคืนคงเหมือนชีวิตอีกซีกหนึ่งของคนบางคน ท้องฟ้าสีดำไร้ซึ่งแสงสว่าง ไม่อาจนำทางเราให้ถึงจุดหมายได้ หลายสิ่งที่เข้ามาและมันคงต้องผ่านไปในชีวิต หวังว่ามันจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แต่ระหว่างทาง ความไม่แน่ใจ ความหวั่นไหว และท้อแท้ก็มักจะมาหาเราอยู่เรื่อยๆ  ระหว่างทางที่เรารู้ว่าจุดหมาย น่าจะสว่างกว่าที่ตรงนี้  ก็ยังคงมีแหล่งกำเนิดแสงอีกแหล่งหนึ่งที่คอยบอกเราว่า เราไม่ได้อยู่ในความมืดมิดเพียงลำพัง… เพลงร็อคทั่วไปเพลงหนึ่งเคยเป็นเพียงแค่เพลงที่ชอบ แต่พอมาได้ฟังทุกคำที่แทรกอยู่ในท่องทำนอง เพลงธรรมดาเพลงนี้ เป็นเพลงที่ดีมากเพลงหนึ่งเลยทีเดียว รอนแรมมาเนิ่นนานเพียงหนึ่งใจ กับทางที่โรยเอาไว้ด้วยขวากหนาม สุดแหลมคม ทิ่มแทง จนมันแทบจะทนไม่ไหว ชีวิต ถ้าไม่ยากเย็นขนาดนั้น สองมือจะมีเรี่ยวแรงขนาดไหน แต่หัวใจของคน ยังยืนยันจะไม่ถอดใจ ในค่ำคืนที่ฟ้านั้นไม่มีดาว อยู่ตรงนี้ ฉันยังคงก้าวไป ยังคงมีรักแท้… Continue reading

กรุงเทพในความทรงจำ

กรุงเทพในความทรงจำของคุณเป็นยังไง… ผมเชื่อว่าทุกคนมีภาพและความรู้สึกเกี่ยวกับเมืองๆนี้ไม่เหมือนกัน คนที่เดินทางจากต่างจังหวัดเพื่อหวังมาตั้งตัวที่นี่ คงเห็นกรุงเทพต่างจากคนที่ทั้งเกิดและโตในเมืองแห่งนี้ ความรีบแร่ง แออัด และความสุขแบบสะดวกซื้อ ในมุมของผม กรุงเทพไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อผมยังเด็ก ช่วงไม่ถึง20ปี มันคงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจนน่าตกใจ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือตัวเราเอง… เมื่อก่อนผมไม่ค่อยเป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องรถติด ทั้งๆที่มันก็ติดอย่างนี้ตั้งแต่ผมยังเด็ก วัยเด็กคิดถึงแต่เพียงการเตะบอลและเล่นเกมส์ ความสุขของเด็กไม่ค่อยเอาถ่านคนนึงจะมี จำได้ว่าไม่มีเรื่องอะไรกังวลใจ ที่จะหนักที่สุดคือฝนตก เพราะเมื่อไหร่ที่ฝนมา ก็อดเล่นบอลเมื่อนั้น ผมเคยเดินกลับบ้านเพราะรถติดเป็นระยะทางกว่า 5 กิโล เดินสบายใจเพราะมีเพื่อนเดินไปด้วย ผมไม่เคยมองว่าเมืองนี้มันรกรุงรังแค่ไหนเมื่อสมัยประถม ทั้งที่ตอนนั้นสภาพของบ้านเมืองก็ไม่ได้ดีไปกว่าตอนนี้มากนัก ผมไม่ค่อยสนใจรถลาบนถนน ว่ามันจะขับเร็ว แซงซ้ายปาดขวาแค่ไหน คิดว่าได้ยังรถเมซิ่งนั้นโชคดี เพราะได้ถึงบ้านเร็ว… อะไรที่เปลี่ยนไป….… Continue reading

ไม่เชื่อต้องลบหลู่ 1 : ลวกไม่ลวก

ผมไม่ได้เป็นคนรักความสะอาดขั้นต้องล้างมือก่อนทานข้าวทุกครั้ง หรือเช็ดแอลกอฮอลหลังจากขึ้นรถเมล์… แต่สิ่งนี้ ผมสงสัยจริงๆ มันเป็นสิ่งที่เราทุกคนคุ้นเคยกันมานาน ในศูนย์อาหารหรือโรงอาหาร มักมีสิ่งๆนี้ที่เหมือนเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในเรื่องของ “ความสะอาด” มันคือที่วางช้อนส้อมพร้อมหม้อเล็กๆ คอยให้ความร้อนให้น้ำที่อยู่ภายในร้อนอยู่ตลอด มันเอาไว้ลวกช้อนส้อมรวมไปถึงตะเกียบ ที่ทุกคนคิดว่ามันไม่สะอาดพอ ต้องผ่านความร้อนอีกครั้งนึง คำถามว่า “มันช่วยได้จริงหรอ” กระเด็งขึ้นมาเมื่อผมเอาช้อนลงไปจุ่ม เพราะพบว่าน้ำมันไม่ร้อนเลย น้ำจากเครื่องทำน้ำอุ่นที่เราอาบตอนหน้าหนาวยังจะร้อนกว่า คิดไปเรื่อยว่าถ้ามันไม่ร้อนขนาดนี้จนไม่สามารถฆ่าเชื้ออะไรได้เลยซักตัว มันก็คงเหมือนหม้อต้มน้ำ(ไม่)ร้อนที่อุดมไปด้วยเชื้อโรคจากช้อนส้อมก่อนหน้านี้น่ะหรอ แต่นั่นไม่เท่าไหร่ ประเด็นสำคัญคือก็ยังมีคนที่คิดว่าเจ้าสิ่งนี้มันจะช่วยได้ และต่อแถวเอาอาวุธของตัวเองมาจุ่มลงไปในน้ำเหล่านี้ ทั้งหมดนี้น่าจะมีคำตอบที่ถูกต้องอยู่แล้ว เช่นว่าน้ำนั้นควรร้อนแค่ไหน ต้องจุ่มนานมั้ย ควรเปลี่ยนน้ำบ้างหรือเปล่า หรือ มันช่วยได้จริงหรือเปล่า ป.ล. ใครรู้จริง ช่วยบอกให้กระจ่างจะเป็นพระคุณยิ่ง 

เมื่อตัวกู ไม่ใช่ของกู

โลกดาร์คๆของผมมันชอบผุดขึ้นมาเป็นช่วงๆ ตามห้วงเวลาที่ท้องฟ้าส่วนตัวนั้นมีสีเทา จนบางครั้งผมมักมีความคิดอะไรแปลกๆไปจากคนทั่วไป อะไรที่คนอื่นคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ทำแล้วรุ่ง ทำแล้วเหมาะ แต่บางครั้งผมกลับคิดขวางโลกอย่างสุดขั้ว… แต่เมื่อความคิดพวกนี้เกิดขึ้น มันมักมาพร้อมกับความหม่นหมองในชีวิต อะไรๆก็ดูจะไม่มีความหวัง ไม่มีพลังในการทำงานหรือแม้แต่จะหายใจ ผมพยายามจัดการกับความคิดเหล่านั้นโดยการโยนมันทิ้งไป ในเมื่อเรายังคงอยู่บนโลกใบนี้ อยู่กับคนที่รักเราและคนที่เรารัก พวกเขาคงจะรับมันไม่ได้หากผมมีความคิดแบบนั้น และยิ่งรับไม่ได้หากผมทำมันจริงๆ ยังไงซะ เราก็ยังคงต้องทำตามสิ่งที่ทำกัน แต่คงต้องเป็นไปในแบบของเรา หลายวันก่อนผมได้แอบไปช่วยงานการกุศลช่วยรีโนเวทโรงเรียนชานเมืองแห่งหนึ่ง สิ่งที่พบคือเด็กๆเหล่านั้นถูกแวดล้อมด้วยสิ่งต่างๆที่ต่างออกไป ต่างจากเราและหลายๆคน ไม่น่าเชื่อว่าห่างออกไปจากกรุงเทพไม่กี่สิบกิโลเมตร ความเจริญและความรู้ ได้เดินทางช้าไปมากกว่าจะมาถึง สีทาบ้านจากกระป๋องเลอะเต็มมือและเสื้อผ้า ผมไม่ได้สนใจมันนอกจากผนังที่อยู่ตรงหน้าที่ต้องทำให้เสร็จ ณ เวลานั้น มีเด็กคนหนึ่งเดินมายืนข้างๆ ผมเห็นด้วยหางตาและหันไปมอง “พี่มากันเยอะจัง หนูดีใจมากๆเลย… Continue reading

อยากเขียนแต่…

อยากจะเขียนอะไรมากมาย… แต่งานทุกวันนี้ก็เขียนจนเบื่อคอมกันไปข้างแล้ว ขอรวบรวมพลังก่อนเขียนละกันนะ ปล. คิดถึงการเขียน (ที่ไม่ใช่งาน ฮ่าๆ)

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

หลับ กับ ลืม

หลับตา… ผมเห็นภาพของตัวเองในอีก 30 ปีข้างหน้า เป็นภาพของชายวัย 50 ปลายๆที่ยืนยิ้มและจ้องมองดูลูกหลานวิ่งเล่นที่สนามหน้าบ้าน หน้าตาของผมเปลี่ยนไปไม่มากนัก มีร่องรอยแห่งกาลเวลาที่บ่งบอกว่าได้ผ่านโลกนี้มามากแล้ว รอบตัวของผมเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ใข่แล้ว… วันนี้เป็นวันปีใหม่ ทุกคนจึงมารวมตัวกันที่นี่ บรรยากาศในบ้านที่มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ในฝัน ผมรู้สึกได้… แต่ในความฝัน เรามักจำรายละเอียดตอนเริ่มและตอนจบไม่ได้ ลืมตา… ผมพบว่าตัวเองยังคงดำเนินเรื่องราวต่อจากเมื่อวานและเมื่อคืน เมื่อส่องกระจกก็พบว่าหน้าตาของเราก็เหมือนกับเมื่อวาน มีเพียงรอยคล้ำใต้ตาที่มากขึ้นทุกวัน ความคิดที่อยู่ในหัว ก็เป็นเรื่องที่ต่อมาจากเมื่อวาน ผมจำตอนเริ่มและตอนจบในขณะตื่นได้ดี กระพริบตา… เป็นกระบวนการหนึ่งที่ทุกคนทำเมื่อเวลาที่ตื่นอยู่  หากใครไม่กระพริบตาเลย ทุกคนก็รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร น้ำใสๆก็จะไหลออกมาพร้อมกับอาคารแสบเคือง ผมไม่รู้ว่าวันหนึ่งผมกระพริบตาไปกี่ครั้ง แต่การกระพริบตาก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อดวงตา และเราทุกคนก็สามารถกระพริบตาได้บ่อย… Continue reading

แบบเรียนที่เรียกว่าชีวิต

ตอนนี้คนข้างบนคงคิดจะทดสอบอะไรผมอยู่… หรือไม่ก็คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ผลของการกระทำ" ทำผมได้ทำเอาไว้ ทั้งที่ไม่รู้ตัวและที่ตั้งใจ   ตอนนี้คนข้างบนคงคิดจะทำให้ผมเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็คิดที่จะทำอะไรใหม่ๆเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้า   ตอนนี้คนข้างบนจะรู้ไหมว่าผมกำลังพูดถึงเค้าอยู่ หรือไม่ก็เป็นผมเองที่สมมุติขึ้นมาเอง…   ตอนนี้คนข้างบนอาจจะกำลังคิดบททดสอบต่อไปให้ผม หรือไม่ก็อาจจะกำลังคิดหาบทเฉลยพร้อมโยนลงมา ถ้าเห็นว่าไอนี่มันไม่ไหวแล้ว…   เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น มันดูเหมือนจะหนักหนา… แต่ถ้ายังอยากมีชีวิตและลมหายใจต่อ คำว่า"สู้"เท่านั้น คือทางออก "สู้โว้ย"….

Talking about แสงสีเทา

  Quote แสงสีเทาผมมองภาพชายคนหนึ่งนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ประจำตำแหน่งของเขาผมเห็นภาพชายคนหนึ่ง ที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ท่ามกลางอากาศที่เริ่มร้อนขึ้นทุกขณะ เพราะเมื่อถึงเวลาหกโมงเย็นแอร์ก็จะหยุดทำงาน เป็นวิธีประหยัดพลังงานของออฟฟิสนี้ทั้งๆที่มีคนยังคงนั่งทำงานอยู่ การประหยัดพลังงานก็ยังสำคัญกว่าสวัสดิภาพของพนักงาน"กลับก่อนนะพี่…" ผมกล่าวลาพี่ชายคนนั้น ก่อนจะปิดคอมของตัวเองและรีบออกไปจากเตาอบแห่งนี้ อากาศร้อนไม่ได้มีผลต่อจำนวนเหงื่อที่เกิดขึ้นแต่ในครั้งนี้ ผมรู้สึกได้ถึงคำว่า "ชีวิต" เลยทีเดียวก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ช่วงวัยของการทำงานผมไม่เคยคิดถึงชีวิตตัวเองในวันข้างหน้าเท่าไหร่นัก ชีวิตที่มีแต่การเตะบอล และเพื่อนๆเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องคิดถึงมากที่สุด… ความรู้สึกว่าร้อนของผมกับพี่ชายคนนั้น หรือคนอื่นๆ อาจจะต่างกันความรู้สึกเสียใจของเค้า ก็อาจจะไม่ได้มีสีเทาๆเหมือนกับของผมหรือแม้กระทั่งเมื่อมีความรัก โลกของแต่ละคนคงไม่มีของใครเหมือนกันเลยผมจึงไม่อาจใช้ความรู้สึกตัวเองไปกำหนดความคิดหรือการใช้ชีวิตของใครได้ในขณะเดียวกัน การที่มีใครคนหนึ่งมาแสดงความคิดเห็น… นั่น ก็เป็นเพียงความคิดที่เกิดจากการเห็นเท่านั้น สำหรับบางคน การทำงานเพื่อเงิน เป็นสิ่งสำคัญกว่าการทำเพื่อความฝันความฝันมันอาจจะเหมือนหมอกควันบางเบา ที่กินไม่ได้ใครหลายคนจึงต้องยอมปล่อยให้มันจงหายไปพร้อมกับความเป็นจริงที่มาแทนที่ ผมเดินลงมาจากตึกเพื่อไปยังที่จอดรถเห็นพี่รปภ.คนหนึ่ง เป็นคนเดิมที่ทำหน้าที่ตั้งแต่เช้า จนบัดนี้ เค้าก็ยังคงคอยโบกรถที่เข้าออกอยู่ใบหน้าและแววตายังคงดูสดใสและยิ้มทักทายผมเช่นเคยแสงไฟจากรถสาดส่องผ่านร่างกายท่อนล่างของเขา…ผมคิดในใจ หากคนเรามีแสงสว่างภายในตัวได้… Continue reading

แสงสีเทา

ผมมองภาพชายคนหนึ่งนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ประจำตำแหน่งของเขาผมเห็นภาพชายคนหนึ่ง ที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ท่ามกลางอากาศที่เริ่มร้อนขึ้นทุกขณะ เพราะเมื่อถึงเวลาหกโมงเย็นแอร์ก็จะหยุดทำงาน เป็นวิธีประหยัดพลังงานของออฟฟิสนี้ทั้งๆที่มีคนยังคงนั่งทำงานอยู่ การประหยัดพลังงานก็ยังสำคัญกว่าสวัสดิภาพของพนักงาน"กลับก่อนนะพี่…" ผมกล่าวลาพี่ชายคนนั้น ก่อนจะปิดคอมของตัวเองและรีบออกไปจากเตาอบแห่งนี้ อากาศร้อนไม่ได้มีผลต่อจำนวนเหงื่อที่เกิดขึ้นแต่ในครั้งนี้ ผมรู้สึกได้ถึงคำว่า "ชีวิต" เลยทีเดียวก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ช่วงวัยของการทำงานผมไม่เคยคิดถึงชีวิตตัวเองในวันข้างหน้าเท่าไหร่นัก ชีวิตที่มีแต่การเตะบอล และเพื่อนๆเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องคิดถึงมากที่สุด… ความรู้สึกว่าร้อนของผมกับพี่ชายคนนั้น หรือคนอื่นๆ อาจจะต่างกันความรู้สึกเสียใจของเค้า ก็อาจจะไม่ได้มีสีเทาๆเหมือนกับของผมหรือแม้กระทั่งเมื่อมีความรัก โลกของแต่ละคนคงไม่มีของใครเหมือนกันเลยผมจึงไม่อาจใช้ความรู้สึกตัวเองไปกำหนดความคิดหรือการใช้ชีวิตของใครได้ในขณะเดียวกัน การที่มีใครคนหนึ่งมาแสดงความคิดเห็น… นั่น ก็เป็นเพียงความคิดที่เกิดจากการเห็นเท่านั้น สำหรับบางคน การทำงานเพื่อเงิน เป็นสิ่งสำคัญกว่าการทำเพื่อความฝันความฝันมันอาจจะเหมือนหมอกควันบางเบา ที่กินไม่ได้ใครหลายคนจึงต้องยอมปล่อยให้มันจงหายไปพร้อมกับความเป็นจริงที่มาแทนที่ ผมเดินลงมาจากตึกเพื่อไปยังที่จอดรถเห็นพี่รปภ.คนหนึ่ง เป็นคนเดิมที่ทำหน้าที่ตั้งแต่เช้า จนบัดนี้ เค้าก็ยังคงคอยโบกรถที่เข้าออกอยู่ใบหน้าและแววตายังคงดูสดใสและยิ้มทักทายผมเช่นเคยแสงไฟจากรถสาดส่องผ่านร่างกายท่อนล่างของเขา…ผมคิดในใจ หากคนเรามีแสงสว่างภายในตัวได้ ก็คงจะดี

เพื่อนร่วมทาง

1แสงไฟจากรถแท็กซี่คันที่ตามหลังมาวิ่งมาใกล้ด้วยความเร่งคงที่ แต่ดูจากความเร็ว คงอยู่ในภาวะรีบเร่งมากถึงมากที่สุดผมเปลี่ยนเลนเบี่ยงมาทางซ้ายเพื่อให้แซงไปก่อนภาพที่เห็นภายในรถคือผู้หญิงคนหนึ่งนอนราบที่เบาะหลัง หนุนตักชายอีกคนที่อายุน่าจะใกล้เคียงกัน เวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่รถคันนี้แซงไป ทำให้ผมเดาเอาเองว่าหญิงที่นอนอยู่นั้น น่าจะต้องการความช่วยเหลือจากหมอที่โรงพยาบาลซึ่งอาจเป็นจุดหมายของรถคันนี้มองไปข้างหน้า… โชคดีที่รถไม่ติด ผมคิดในใจ 2ผมชอบกลับบ้านในเวลาที่การจราจรคลายตัวลงแล้วการไปนั่งเผาผลานน้ำมันบนถนนที่เต็มไปด้วยรถและคนที่อยากกลับบ้านเร็วนอกจากจะเปลืองน้ำมันแล้ว ยังเปลืองความรู้สึกด้วย… มันน่าหงุดหงิดนั่นล่ะถนนยามค่ำคืนเงียบสงัด… บางครั้งที่ไฟถนนดับสนิทเป็นช่วงยาว ทำให้การมีเพื่อนร่วมทางสักคัน เป็นอะไรที่อุ่นใจไม่น้อย เพื่อนร่วมทาง… ฟังดูเหมือนฉาบฉวยและใช้เวลาเพียงชั่วคราวแต่คำๆนี้อาจมีความหมาย สำหรับในช่วงชีวิตหนึ่ง ที่"เพื่อน"นั้นอาจหาได้ยากมากกว่า"ทาง" 3คุณเคยสังเกตุการขับรถของแท็กซี่ไหม…ผมเคย… ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าเวลาที่แท็กซี่คันไหนไม่มีผู้โดยสาร การขับจะเต็มไปด้วยการแซง ปาด เหยียบ… คงจะรีบไปหาผู้โดยสารที่ไหนสักแห่งแต่พอมีผู้ร่วมทางที่พร้อมจะจ่ายเงินที่ปลายทาง เหล่าแท็กซี่ก็จะขับช้าลงมองแง่หนึ่งอาจเพราะกลัวว่าผู้โดยสารจะกลัวและขอลงก่อนแต่หากมองดี… คนขับรถที่เราคุ้นเคยอาจจะต้องการแค่เพื่อนร่วมทางและไม่อยากให้ถึงที่หมายเร็วนักก็ได้ 4เพื่อนร่วมทาง… เพื่อนร่วมถนน… เพื่อนร่วมประเทศ… หรือเพื่อนร่วมโลกทั้งหมด… มีคำว่าเพื่อนอยู่ในนั้น ขอให้เจอเพื่อนร่วมทางในฝันครับ…

หลง…ทาง

"ผมไม่ไหวแล้วพี่… มันเริ่มไม่ใช่แล้ว""ทำไปทำมา รู้สึกว่ามันเริ่มห่างไกลจากความฝันที่คิดไว้เมื่อตอนก่อนเรียนจบ"น้องที่ออฟฟิสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ในเย็นวันหนึ่งที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝน ผมรู้ว่าบางครั้งการทำงาน มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกันกับความฝันที่ตั้งไว้และผมก็รู้ว่าสำหรับคนบางคน การเดินออกห่างจากความฝันทีละน้อย มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดผมมองภาพวัยรุ่นคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยแรงกายและแรงใจในการตามความฝันแต่ตอนนี้ ความคิดความสามารถที่ได้ใช้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งที่เค้ามีเท่านั้นมันจะไม่เป็นเรื่องที่ต้องมานั่งปรึกษากันเลย หากใครคนนั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตไปวันๆหากแต่ความฝันที่แสนหอมหวาน มันคอยมาดึงให้เราเดินตามอยู่ทุกคืนไป… เมื่อมาถึงช่วงเวลาหนึ่ง… เราไม่อาจตั้งหน้าตั้งตาเดินไปข้างหน้าโดยไม่หยุดมองทางที่ผ่านมาได้เราไม่อาจวาดภาพจนเสร็จโดยที่เราไม่ถอยออกมาดูภาพรวมของมันหรือเราไม่อาจวิ่งไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่าใครที่วิ่งเคียงข้าง จะหยุดพักที่ไหนบ้าง หลังบทสนทนา… ผมนึกถึงตัวเอง"เราหลงทางอยู่หรือเปล่า"

ทางของฉัน ฝันของเธอ…

"ฝันที่เธอจะทำ ทางที่ฉันจะไป ขอให้เธอมั่นใจ เพื่อจุดหมายเดียวกัน…" ประโยคหนึ่งในเพลงๆนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวอยากบอกใครบางคน…ถึงแม้ว่าตอนนี้ทางที่เราเดินจะเป็นถนนที่รอการปรับปรุง มีหลุมบ่อให้ต้องหลบมากมายแต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนๆนี้หยุดเดินปลายทางข้างหน้าเราต่างไม่รู้ว่าจะเจออะไร ลมพายุจะหัดแรงแค่ไหนจะมีใครโบกให้เราจอดไหม หรือจะเจอม๊อบหรือเปล่าแต่สิ่งที่รู้ หากเธอยังคงนั่งอยู่ตรงนี้ เราก็จะเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกัน…  

เรื่องไม่เป็นเรื่องของเรื่องที่เป็นเรื่อง

เรื่องราวที่ได้พบและได้ฟังทุกวันนี้ ทำไมถึงไม่พ้นเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองอาจจะมีเหตุผลง่ายๆก็เพราะว่ามันยังไม่จบลงไปง่ายๆซะทีเปิดทีวีก็เจอแต่คนที่มานั่งวิเคราะห์สถานการณ์ ไม่ก็ร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศแต่หนึ่งในทุกๆรายการที่ผ่านตาและหู จะมีถ้อยความที่แสดงถึงความรักและความเป็นห่วงเป็นใยกันเสมอ"อยากให้คนไทยรักกันเหมือนก่อน""เป็นกำลังใจให้คนไทยสู้และอดทนต่อไป เชื่อว่าอีกไม่นานบ้านเมืองจะสงบเหมือนเดิม"และอีกหลายข้อความที่ส่งผ่านมายังผู้รับสารอย่างเราๆ คำถามคือ ผู้คนมากมายอยากให้บ้านเมืองสงบ แต่มันยังคงเป็นคนส่วนน้อยของประเทศใช่มั้ย… ในโลกไซเบอร์ เราต่าง(อาจจะ)ไม่รู้จักกันในโลกนอกจอ ทั้ง facebook และ msn ก็ไม่หลุดหวัข้อนี้ในการสนทนาแต่ผมก็หวังว่า เราจะไม่เอาเรื่องนี้มาทำให้ความสัมพันธ์บางๆนี้ก็ขาดหายไปมันน่าเศร้านะ ที่เรามาทะเลาะกันเพื่ออะไรก็ไม่รู้ เพื่อจุดหมายเดียวกัน เราน่าจะคุยกันอย่างสบายใจสบายอารมณ์มากกว่าถึงผมจะอยู่บนโลกนี้และประเทศนี้ได้ไม่ถึงสามสิบปี แต่ก็รู้สึกได้ว่าประเทศไทยตอนนี้ไม่ปกติอย่างรุนแรง จะพูดไปก็คงมีอะไรบ่นและเถียงกันอีกยาว "แตงโมถึงจะมีทั้งสีเหลืองและสีแดง แต่ยังไงมันก็คือแตงโม… คุณว่ามั้ย"

หน้าร้อนกับคำสัญญา

ทำไมต้องเช็งเม้งหน้าร้อน… คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ต้องการคำตอบเชิงวิชาการหรือไสยศาสตร์แต่อย่างใดคิดแค่เพียงว่า หน้านี้มันร้อนไปมั้ย ทำไมไม่มาหน้าหนาว…เด็กๆคงไม่ได้คิดอะไรมากมายไปกว่าการได้ตกแต่งหลุมด้วยความเมามันกระดาษหลากสี กากเพชร รวมไปถึงดอกไม้สีสวยถูกโปรยลงบนเนินดิน ภาพเนินดินเรียงรายต่อแถวเป็นแนวยาวไปไกลเกือบจะสุดสายตาเป็นภาพที่จะเห็นกันปีละครั้ง หลุมเดิมที่เคยเป็นสถานที่ของญาติผู้ใหญ่กลับต้องถูกต่อแถวออกไป และจะเกิดอาการงงทุกครั้ง เพราะเหมือนว่ามันไม่ได้อยู่ที่เดิมกว่าจะเดินไหว้จนครบทั้งสี่หลุมก็เล่นเอาเหงื่อทั่วตัว อากาศแบบนี้ ร้อนแบบนี้ อากง อาม่า ที่อยู่ข้างล่าง (ตอนนี้อาจอยู่ข้างบนนู่น)จะร้อนยิ่งกว่าเรามั้ยนะ ช่วงชีวิตคนเรามีบางช่วง ที่ควรจะต้องระลึกถึงผู้ที่จากไปบ้างการระลึกถึงคงไม่ได้ช่วยให้คนที่จากไปมีความสุขหรือได้บุญบารมีมากขึ้น (หรืออาจจะช่วยก็ไม่รู้)แต่การระลึกถึง เป็นเพียงการทำให้เราย้อนคิดถึงความเป็นไปในช่วงขณะปัจจุบันมากกว่าผู้ที่จากไปมักทิ้งสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งไว้ให้กับผู้ที่ยังอยู่ต่อเสมออะไรที่เรายังคงทำและไม่ทำอยู่ ต่างจากตอนที่คนในหลุมยังมีชีวิตอยู่แค่ไหนสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ในเทศกาลนี้ นอกจากคำว่าร้อนแล้ว ผมนึกถึงคำคำนี้ "สัญญา" เหงื่อไหลจากหน้าผากลงมาที่ตา เหงื่อเค็มๆทำให้แสบตาและระคายเคืองผมเอามือขยี้ตาและหลับตาสักพัก…ลูกพี่ลูกน้องคนนึงเดินมาทักแกมแซว "ร้องไห้ทำไมวะ ทุกคนเค้าไปสบายแล้ว"ผมไม่ได้ตอบกลับไป เพราะท่าทางและดวงตาที่แดงเพราะการขยี้มันบอกอย่างนั้นเพียงแต่คิดในใจว่า "…ผมสัญญาไว้แล้ว ผมจะไม่ร้องไห้…"